กรุงเทพฯ 17 กรกฏาคม 2557 – เมื่อเร็วๆ นี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดตัวโครงการนำร่อง “สมาร์ท คลาสรูม” ต้นแบบห้องเรียนยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการเรียนรู้แบบองค์รวม เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กไทยด้วยทักษะสำคัญสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยนำเสนอห้องเรียนอัจฉริยะที่บูรณาการเอา 4 องค์ประกอบสำคัญสำหรับการเรียนรู้ยุคใหม่ ได้แก่ ความพร้อมของครูผู้สอน แหล่งเรียนรู้ดิจิตัล บริการคลาวด์ และดีไวซ์ โดยเริ่มทำการเรียนการสอนในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี และโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา จังหวัดปทุมธานี

อาจารย์สมโภชน์ จันทาป อาจารย์ผู้สอนกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี เปิดเผยว่า การใช้แอพพลิเคชั่น Corinth Micro Plant ในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึงความแตกต่างระหว่างเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ได้ง่ายขึ้น โดยหลังจากที่นักเรียนได้ปฏิบัติการจริงในห้องแล็บแล้ว จึงนำเข้าสู่การอธิบายส่วนประกอบของเซลล์ผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีการนำเสนอด้วยภาพกราฟฟิค 3 มิติเสมือนจริง นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นไว้เพื่อศึกษาเพิ่มเติมนอกเวลาเรียนได้อีกด้วย โดยนักเรียนและครูผู้สอนสามารถมอบหมายงานและส่งงานผ่านทางบริการคลาวด์ที่ใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ครูนำมาใช้ควบคู่กับตำราเรียนหรือเอกสารประกอบการสอน และยังสามารถดึงดูดความสนใจจากนักเรียนได้ดีกว่าการเรียนการสอนแบบเดิมๆ อีกด้วย

นอกจากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวแล้ว นักเรียนในห้องเรียน “สมาร์ทคลาสรูม” ยังได้เรียนรู้สาระวิชาอื่นๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์อีกมากมาย ซึ่งได้คัดสรรมาสำหรับครู นักเรียน และผู้ปกครองได้ทดลองดาวน์โหลดไปทดลองใช้กัน

วิชาวิทยาศาสตร์ - Corinth Classroom B
จะดีแค่ไหนถ้าตำราเรียนแบบเดิมๆ ถูกนำเสนอใหม่ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ทั้งในโหมดออฟไลน์และออนไลน์ Corinth Classroom B มีการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้จากภาพเป็นหลัก ด้วยกราฟฟิค 3 มิติ ทำให้เห็นรายละเอียดทั้งภายในและภายนอกของสิ่งที่กำลังศึกษา ไม่ว่าจะเป็น เซลล์พืช เซลล์สัตว์ อวัยวะภายในร่างกาย หรือแม้แต่งานศิลปะชิ้นเอกของโลก แอพพลิเคชั่นนี้ยังทำงานร่วมกับไมโครซอฟท์ ออฟฟิศได้อย่างดีเยี่ยม โดยนักเรียนสามารถดึงภาพและข้อมูลมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในสไลด์ประกอบการอธิบายหน้าชั้นเรียน หรือเก็บไว้เป็นไฟล์เอกสารเสมือนสมุดบันทึกในชั่วโมงเรียนที่สามารถใช้ทบทวนนอกเวลาเรียนได้อีกด้วย


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Corinth Classroom B ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/th-th/app/corinth-classroom-b/2457e46a-8416-45f2-9abe-b37c1aa18a8b )

วิชาคณิตศาสตร์ - Khan Academy
ไม่เพียงแต่เนื้อหาสาระในวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ Khan Academy คือแหล่งรวมความรู้ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยวิดีโอกว่า 4,400 หัวข้อเรื่อง ซึ่งในปัจจุบันได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้วหลายร้อยเรื่อง ซึ่งสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ Khan Academy เวอร์ชั่นภาษาไทย (https://th.khanacademy.org/)


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Khan Academy ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-US/app/khan-academy/d23cc2b2-c105-4db3-9946-e44bacc56f7b)

วิชาภาษาอังกฤษ - English Club
แอพพลิเคชั่นฝึกภาษาจากค่ายดังอย่าง “บริติช เคานซิล” ที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุกด้วยการนำเสนอแบบ Interactive เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับต้นและระดับกลางที่ต้องการเพิ่มพูนคลังคำศัพท์ ช่วยพัฒนาทักษะการสะกดคำและการออกเสียง รวมถึงการนำไปใช้ในสถานการณ์จริง


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น English Club ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-us/app/english-club/854c5255-614d-44a0-b90d-73660bfd6942/m/ROW )

นอกจาก 3 แอพพลิเคชั่นข้างต้น ซึ่งเป็นเนื้อหาวิชาหลักที่ใช้ในห้องเรียนแล้ว ยังมีแอพฯ คุณภาพจากไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สมกับเป็นห้องเรียนอัจฉริยะยุคใหม่

OneNote
โปรแกรมจดบันทึกความสามารถสูงที่อยู่ในชุด ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โปรแกรมเดียวที่สามารถรวบรวมและจัดระเบียบข้อความ รูปภาพ การบันทึกเสียง วิดีโอ และอื่นๆ ไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกันไม่ว่าจะในโหมดออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ตาม รับชมวิดีโอ การใช้ OneNote เพิ่มประสิทธิภาพในห้องเรียน OneNote in Education: Teachers using OneNote in the classroom



(ดาวน์โหลด OneNote ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-us/app/onenote/f022389f-f3a6-417e-ad23-704fbdf57117 )

OneDrive
ตอบโจทย์ห้องเรียนยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีคลาวด์แพลตฟอร์มอย่างออฟฟิศ 365 ด้วยแอพพลิเคชั่น OneDrive ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การเชื่อมโยงเข้าสู่พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ที่มีความปลอดภัยสูง จึงทำให้ครูและนักเรียนสามารถแชร์ไฟล์เนื้อหาวิชาเรียน สั่งงาน ส่งการบ้าน เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต ก็สามารถมีส่วนร่วมกับห้องเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา


(ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น OneDrive ได้ฟรีบน Windows Store: http://apps.microsoft.com/windows/en-us/app/onedrive-for-business/d78bf57e-27fe-403e-b49b-701dedfdbf9e  )

เหล่านี้เป็นเพียงแอพพลิเคชั่นคุณภาพบางส่วน ซึ่งได้นำมาใช้ในห้องเรียนนำร่อง “สมาร์ท คลาสรูม” ดร.สุพจน์ ศรีนุตพงษ์ ผู้อำนวยการโครงการภาครัฐ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 มีแอพพลิเคชั่นส่งเสริมการเรียนรู้ที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์และพันธมิตรจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาโดยตรง ซึ่งไมโครซอฟท์ได้รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ (ท่านสามารถเข้าไปค้นหาเพิ่มเติมอย่างสะดวกที่ aka.ms/Apps4Edu) นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอื่นๆ ที่สามารถดัดแปลงนำมาใช้ในห้องเรียนได้ เช่น Bing Travel ช่วยในการเรียนรู้ด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศึกษา Bing Health and Fitness สามารถใช้ประกอบการเรียนในบางหัวข้อของวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา Microsoft Excel ช่วยในการฝึกออกเสียงคำภาษาอังกฤษ เป็นต้น

“ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานบนหลากหลายอุปกรณ์ ซึ่งช่วยให้นักเรียนและครูสามารถเรียนรู้ร่วมกันผ่านคอมพิวเตอร์พีซี แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยประสบการณ์เดียวกัน และเหนื่อสิ่งอื่นใด เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านข้อมูลของนักเรียนเป็นอันดับแรก ซึ่งผู้ปกครองและโรงเรียนสามารถวางใจได้ว่าข้อมูลของครูและนักเรียนจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือวัตถุประสงค์แอบแฝงอื่นๆ” ดร.สุพจน์กล่าวทิ้งท้าย